A Young girl reading
posted on 12 Jun 2011 18:29 by mylittlelife in storyวันหนึ่ง ฉันเดินไปเรื่อยๆเริ่มจากปากคลองตลาด ช่วงระหว่างท่าเตียนถึงท่าช้างเต็มไปด้วยของมือสองสารพัด พระเครื่อง ลูกปัด ประคำ กระเป๋า รองเท้า หนังสือ ฯลฯ บรรยากาศเหมือนตลาดคลองหลอดตอนกลางคืน แล้วระหว่างไล่สายตาไร้จุดหมายไปตามสองข้างทางเดินนั้น ฉันก็ได้พบกับเธอ...
หญิงสาวในชุดฟูฟ่องสีเหลืองแซฟฟรอน ขมวดมุ่นมวยผมหลวมๆ กำลังนั่งอ่านหนังสือ แลดูสงบนิ่ง ทันใดนั้นสายฝนโปรยเม็ดลงมาบางๆ ฉันหยุดอยู่ตรงนั้น A Young Girl Reading ฉันเคยเห็นเธอมาก่อนแล้ว ในห้องสมุดธรรมศาสตร์ที่เป็นเหมือนแหล่งพักพิงของหญิงสาวหลงทาง ที่นั่นจะมีภาพถ่ายจากจิตรกรรมของศิลปินยุโรปที่มีชีวิตเมื่อหลายร้อยปีก่อนแขวนอยู่ตามจุดต่างๆ
เธอคนนี้คอยเราอยู่ตรงเสาริมทางเดินนั้นเสมอ
A Young Girl Reading เป็นผลงานของจิตรกรฝรั่งเศส Jean-Honoré Fragonard ผู้มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1732 – 1806 ฟลาโกนาล์ดวาดรูปหญิงสาวในอิริยาบทต่างๆไว้หลายภาพ ฝีแปรงของเขาช่างให้อารมณ์ล่องลอย โปร่งเบา อ่อนหวาน ภาพต้นฉบับจริงของ A Young Girl Reading เป็นสีน้ำมันบนผืนผ้าใบ ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งกรุงวอชิงตัน บริจาคโดยลูกสาวของ Andrew William Mellon นายธนาคารชาวอเมริกันและนักสะสมภาพศิลปะ
ในห้องสมุด ฉันเหลียวมองทุกครั้งยามเดินผ่านเธอ บางครั้งก็หยุดยืนดูหลายนาที เธอช่างดูสงบเสียจริง เธอจะกำลังอ่านอะไรอยู่นะ กำลังรู้สึกอะไร มีชีวิตยังไง เธอเป็นหญิงสาวที่สูญเสียคนรักไปหรือเปล่าถึงก้มหน้าก้มตาอยู่กับหนังสือ
แด่คนเคยรัก
posted on 01 Jun 2011 14:30 by mylittlelifeเกรอะกรัง
posted on 13 Feb 2011 17:52 by mylittlelifeแผ่นฟ้าใสกระจ่าง เปล่งประกายครามเข้มเย่อยิ่ง
คล้ายแสร้งไม่รู้ไม่เห็นว่าเงาโศกได้ห่มคลุมเนื้อตัวของเจ้า
และดวงดาวอื่นๆไว้มากมาย ปานใด
ในท่วงทีเย็นชาไม่รับรู้ร้อนหนาว
หญิงสาวจับมันพลิกคว่ำกลับด้าน รวดเร็วรุนแรง
น้ำ น้ำตา ทะเล เลือด โครงกระดูก รัก ชัง ริษยา
พรูพรั่งปะปนลงบนแผ่นฟ้าครามเข้มเย่อยิ่งอีกผืน
ใต้ขอบโค้งของแผ่นฟ้า ผืนเก่า
หลงเหลือเพียงตะกอนดำเกรอะกรังของเงาโศก
ต่องแต่ง หมิ่นเหม่ แผ่วล้า ทว่าไร้สัมผัสอ้อนวอน
จนแล้วจนรอด เงาโศกยังเกรอะกรังอยู่ใต้ขอบโค้ง
ของแผ่นฟ้าผืนเก่า ดังเดิม
แรงเหวี่ยง
posted on 07 Dec 2010 20:12 by mylittlelife
ทิ้งดิ่งลง... แล้วถูกดึงย้อนกลับ ทิ้งดิ่ง... ดึงย้อนกลับ ดิ่งลง... ย้อนกลับ..
เป็นเหมือนลูกดิ่งที่ทิ้งตัวสู่เบื้องล่างด้วยแรงรักใคร่ของพ่อ ด้วยการทรยศของพ่อ ด้วยความสับสนในตัวเองของผู้ชายคนหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นก็คืนย้อนกลับด้วยแรงรักใคร่ของตัวแม่เอง ความซื่อสัตย์ของแม่ ด้วยการพยายามเข้าใจความสับสนของคนรัก มันเป็นอย่างนั้นในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ซึ่งยาวนานนับจากแม่เป็นเด็กสาวจวบจนได้กลายเป็นแม่ของลูกสาวสี่คน
เมื่อเด็กหนุ่มที่มีดวงตาเหมือนแก้วบรรจุความหวังของโลกเอื้อมมาฉุดมือ แม่ก็ไม่เคยเหนี่ยวรั้งตัวเองไม่ให้วิ่งถลันเข้าไปในป่าหนามของรักเลย
ตลอดเวลานั้น ผู้หญิงคนหนึ่งเหวี่ยงซัดตัวเอง พอๆกับที่ยอมให้ตัวเองถูกเหวี่ยงซัดกลับไปกลับมา จนวันหนึ่งก็รู้สึกราวกับอวัยวะภายในถูกควักออกไปจนหมด กลวงเปล่า โปร่งแสง ส่วนในหัวใจ แม่บอกว่าเหมือนได้ยินเสียงลมร้อนของทะเลทรายพัดผ่าน หลังจากรีดเค้นความรักความศรัทธาเพื่อบูชาคนรักออกมาจนหมดสิ้น จิตวิญญาณผู้หญิงคนหนึ่งก็แห้งกรอบไปหมด มันกลายเป็นผงธุลีร่วงหล่นลงบนผืนดิน
เวลานั้น แม่วนเวียนอยู่แต่กับคำถามที่ว่าเขาจะมีใครต่อใครไปถึงไหน ต้องดีพอกว่านี้ ควรเปลี่ยนแปลงตัวเองอีกแค่ไหน หรือต้องรักให้มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น นับครั้งไม่ถ้วนที่แม่หอบกระเป๋าออกไปจากบ้าน เพียงเพื่อจะกลับมา ออกไป กลับมา แล้วก็ออกไปอีก ซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนี้ แล้วแม่ก็ได้คำตอบจากเสียงในหัวตัวเองว่า ไม่ต้องทำอะไร กระทั่งเมื่อสายป่านของลูกดิ่งขาด แม่ก็คล้ายได้โผล่พ้นยังอีกปลายทางของป่าหนามเพียงลำพัง เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลทั้งที่เป็นร่องรอยเจือจาง กำลังตกสะเก็ด และที่ยังเป็นแผลสดเผยให้เห็นเลือดเนื้อช้ำๆภายใน
คืนหนึ่งบนระเบียงห้องนอน ค่ำคืนที่มองไม่เห็นดาว ฉันถามแม่ว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะเปลี่ยนแปลงอะไรไหม ในเย็นหนึ่งที่มีดอกตะแบกสีม่วงปลิวอยู่บนถนน จะเบี่ยงเส้นทางตัวเองให้คลาดจากเด็กหนุ่มคนนั้นไหม
อืม... คงไม่ล่ะ แม่พูดหลังจากครุ่นคิดชั่วครู่ ขณะหนึ่งนัยน์ตาของแม่ คล้ายกลับไปเป็นนัยน์ตาของผู้หญิงคนนั้น หญิงสาวที่เวิ้งว้างอยู่กลางพายุของผู้ชายคนหนึ่ง
วันคืนเพียงหมุนผ่านผู้คนและคู่รัก ฉันและน้องเป็นเสมือนสิ่งยืนยันกับแม่ว่าครั้งหนึ่งป่าหนามมีจริง รักมีอยู่จริง ความเจ็บปวดก็เช่นกัน พ่อผู้โดดเดี่ยวของฉันได้แยกไปมีชีวิตของตัวเอง รักใครอีกคน อีกคน และอีกคน ไม่แน่ว่าพ่ออาจหลงใหลในความรู้สึกของการเหวี่ยงซัดตัวเองและยอมให้ตัวเองถูกเหวี่ยงซัด รอคอยจนกระทั่งถึงวันที่สายป่านขาด ลูกดิ่งอย่างพ่อคงกระเด็นกระดอนไปไกลทีเดียวกว่าจะหยุดนิ่งในที่ใดที่หนึ่ง หรือไม่อาจหยุดได้เลย
ไม่มีใครรู้หรอก
เรื่องเห็ดๆกับโมงยามดีๆ
posted on 24 Jun 2010 10:48 by mylittlelife in story.....
เขาเป็นคนทำกับข้าวอร่อย วัตถุดิบง่ายๆ เหลือๆ
หรือเพียงแค่ข้าวสวยกับ ซอสเท่านั้น เขาก็นำมาบรรเลงได้ไม่มีที่ติ
(มิตรของเขาคนหนึ่งนั้น ยิ่งกว่า เวลาทำกับข้าวเหมือนกำลังเ้ต้นรำพลิ้วไหว)
แต่ก็นั่นล่ะนะ คนทำอร่อยมักไม่ค่อยลงมือ
ปล่อยให้มือรองฝีมือไม่เสถียรอย่างฉันทำไป
กินได้ไม่ได้ก็คงต้องกิน
:::
เย็นหนึ่งเราทำแกงประจำกินกัน
"แกงประจำ" ในที่นี้คือแกงเหลืองใส่กะทิและสารพัดผัก
เราทำกินกันเป็นประจำ ทำง่ายๆ
ได้ประโยชน์จากผัก(แถมสารเคมีจากยาฆ่าแมลงบ้าง)
แล้ว วันหนึ่งที่ทำแกงนี้ซึ่งมีเห็ดนางฟ้าเป็นส่วนประำกอบด้วย
เขาก็เล่า ถึงเห็ดชนิดหนึ่่งที่คนกรุงเทพฯแบบฉันไม่เคยได้ยิน
:::
เ็ห็ดที่เขาเล่าเรียกว่าเห็ดแครง หน้าตาเหมือนหอยแครง
อัน เล็กๆ ขึ้นบนต้นยางพารา และจะขึ้นเฉพาะฤดูเท่านั้น
กิโลนึงหลายร้อย บาททีเดียว
ฟังแล้วทำให้ฉันนึกไปถึงเห็ดเฉพาะท้องถิ่นชนิดอื่นๆ
เนื้อ แน่น หากินได้เฉพาะฤดูกาล
เช่น เห็ดโคน เห็ดถอบ เห็นกระด้าง
โดย เฉพาะเห็ดถอบนี่ได้กินเมื่อไหร่เป็นลืมไม่ลง
เข้ากันกับน้ำพริกข่า มากๆเลยล่ะ
บางชนิดก็เริ่มเพาะโดยมนุษย์ได้บ้างแล้ว
แต่ก็ยัง มีอีกหลายชนิดที่พระเจ้าสงวนไว้
หลายครั้งที่ฉันนึกแปลกใจกับเห็ด เหล่านี้
มนุษย์เพาะไม่ได้ ผุดโผล่ในที่ที่เหมาะสม
และในโมง ยามที่เหมาะสม
ราวกับจะสั่งสอนเราให้รอคอยเสียบ้าง
เป็นความอัศจรรย์อันเร้นลับที่ทำให้อิ่มท้อง
:::
ค่ำนั้นกับแกงเดิมๆช่างเอร็ดอร่อย
เพื่อนสองสามคนยังได้ลอง ชิมกันจนเกลี้ยง
อีกซักวันสองวันคงจะกลับมาทำแกงประจำกันอีก
สารพัด
เห็ด กระเจี๊ยบ มะเขือยาว มะเขือเปราะ ฟักทอง ฯลฯ
โรยด้วยโหระพา พริกชี้ฟ้า... ข้าวสวยร้อนๆ
จะมีอะไรมาเทียบ
เทียม
...
...
กัดกินอยู่อย่างนั้น
posted on 15 Jun 2010 12:49 by mylittlelife in story
เริ่มจากความว่างเปล่า
posted on 13 Jun 2010 14:31 by mylittlelife in story
ขณะกำลังจุกกับการประกาศของเธอที่ว่า
เธอปฏิญาณกับตัวเองว่าหากภายใน 2 ปี
เธอจะฉีกต้นฉบับซึ่งเขียนไว้ในสมุดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะไม่ยอมเป็นผู้สื่อข่าวจนถึงอายุ 30 อย่างแน่นอน
"ฉันชอบชีวิต แต่ชีวิตแบบนี้ฉันไม่ต้องการ" เธอว่า
แล้วขณะนั้นเอง ฉันเงยหน้าจากหน้ากระดาษ
ด้วยโทรศัพท์สายหนึ่งที่มาพร้อมกับข้อเสนอที่น่าสนใจไม่น้อยเลย
พี่สาวคนนั้นถามว่าสนใจมาเป็นกองบก.ของนิตยสารในเครือ GM ไหม เขาจะขยายงาน
ฉันใช้เวลาไม่เกินนาที แล้วก็ตอบปฏิเสธไป
เราพูดคุยกันอีกสักพักเล็ก แล้วก็ร่ำลากัน
แต่วางหูแล้วฉันยังต้องใช้เวลาอีกเกือบ 2 นาที
ว่าตัดสินใจถูกแล้วใช่ไหม ที่ปฏิเสธที่ทางที่น่าสนใจนั้น
หลังจากเพิ่งออกจากงาน ตั้งใจจะรับจ๊อบเล็กๆน้อยๆ
เพื่อทุ่มเทให้กับการเขียนอะไรสักอย่างที่จะหลอมรวมเอาชีวิต เลือดเนื้อ
นิยาย สารคดี เรื่องสั้น อะไรสักอย่างที่ไม่ใช่บทความตามสั่ง
แบบที่เขียนไปตามความชำนาญแต่ไม่มีอารมณ์ร่วม
2 นาทีผ่านไป ฉันก็คิดขึ้นว่าทั้งหมดนั้น
ทั้งการปฏิเสธ การเลือกที่เพิ่งกล้าเลือก เป็นสิ่งที่ถูกแล้ว
อย่างน้อยก็ในเวลานี้ การได้ซื่อสัตย์กับชีวิตที่อยากจะเป็น
แวบหนึ่งเหมือนแกลแลนท์เธอจะมานั่งอยู่ข้างฉัน กระซิบบอกอีกครั้งว่า
"ฉันชอบชีวิต แต่ชีวิตแบบนี้ฉันไม่ต้องการ"
อืม... ตอนนี้ฉันก็เพียงแต่จะเลือกชีวิตตามต้องการ
เริ่มต้นจากเพียงความเชื่อมั่นบางอย่าง นอกจากนั้นมีแต่ความว่างเปล่า
เพื่อที่จะค่อยๆเติมเต็มความว่างเปล่า แล้วเพื่อวันหนึ่งจะกลับไปว่างเปล่าอีกครั้ง
ฉันก้มมองหน้าแกลเลนท์ แล้วเริ่มพูดคุยกับเรื่องราวของเธอที่ยังค้างไว้
พลัสเชียนบลู
posted on 03 May 2010 10:48 by mylittlelife in story
:::
::::
ฉัน กับ ท้องฟ้า
::::
เวลานอนหลับ
และตื่นขึ้นไปเมามายอยู่บนท้องฟ้า
ท้องฟ้าปกป้องเราได้ในยามเศร้า
ที่นี่ มีความเศร้าอยู่มากมายเกินไป
แต่มีท้องฟ้าไม่เคยพอ
ผีเสื้อก็มีน้อยเช่นกัน
(*จากหนังสือ : บ้านบนถนนมะม่วง)