เพียงในนามของความเป็นมนุษย์
posted on 11 Apr 2008 09:04 by mylittlelife

ภาพจากwww.flickr.com/photos/saikat
บางทีเราก็ไม่อาจตอบได้ว่า ทำไม ชีวิตถึงต้องมาอยู่ตรงนี้
มาทำอะไรแบบนี้ ในวันนั้น ในวินาทีนั้น ไปเจอคนๆนั้นฯลฯ
หลายต่อหลายครั้ง ที่ดูจะไม่มีเหตุผลใดเลย
ทำไมนะ ตลกสิ้นดี... เพราะอะไร
เวรกรรม ชะตากรรม ความบังเอิญ ฯลฯ
เมื่อไม่กี่วันก่อน มีเหตุให้ต้องไปเกี่ยวพันกับโรงพยาบาล สถานีตำรวจ คนเจ็บ
หลังจากงานสัมมนาที่อำเภอหนึ่งในจังหวัดสระบุรี
รถตู้ที่พวกเราโดยสารกลับ เกิดหักหลบมอเตอร์ไซด์ที่มีเด็กสิบขวบเป็นคนขับ
เด็กชายตัวอ้วนกลมไม่เป็นอะไรมาก รถตู้มีร่องรอยถลอก ต่างผิดกันทั้งคู่
ผู้โดยสารลงไปต่อรถคันใหม่กันหมด คนขับหันมามองพวกเราแล้วพูดว่า
ไม่มีใครอยู่เป็นกับผมเลยเหรอ อาจเพราะตำรวจมา เราอาจช่วยอะไรได้บ้าง
แต่ละคนล้วนเร่งรีบ
หลายสายตาหันมามองฉัน คล้ายจะถ่ายเทให้เป็นตัวแทนพวกเขาเพื่ออยู่ที่นี่
อาจเพื่อชะล้างความรู้สึกผิดของพวกเขากระมัง
"รีบไหม ?"ใครบางคนที่กำลังจะจากไปเอ่ยถาม
"ไม่...ไม่รีบเท่าไหร่" ฉันตอบไปอย่างไม่แน่ใจ
สุดท้ายน้องอีกคนตัดสินใจอยู่เป็นเพื่อนฉัน
พี่ผู้ชายคนหนึ่งที่มาจากเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี
ซึ่งมาเป็นวิทยากรในงานสัมมนาด้วยกัน ยืนยันเป็นคนแรกว่าจะอยู่เป็นเพื่อนคนขับ
สุดท้ายรถคันที่โดยสารผู้คนเต็มคันก็จากไป
เหลือเราสี่คนยืนอยู่ริมถนนที่แฉะชื้นด้วยห่าฝนที่เพิ่งผ่านไป
เรื่องราวหลังจากนั้น
ฉันและน้องอีกคนที่รู้จักกันในงานนั่นเอง
นั่งรอคนขับและพี่คนนั้นอยู่ในโรงพยาบาล
พวกเขาตระเวนไปถ่ายรูปที่เกิดเหตุกับตัวแทนประกัน
ไปเจรจากับผู้ปกครองเด็กที่สถานีตำรวจ
ความทรงจำของฉันค้างเติ่งอยู่ที่โรงพยาบาลมวกเหล็ก
ฉันตอบไม่ได้ว่า มานั่งอยู่ทำไมตรงนี้
ทำไมต้องมาเสียเวลาให้กับคนไม่รู้จัก
ทำไมไม่ไปขึ้นรถเข้ากรุงเทพฯเสียเดี๋ยวนี้
สถานีขนส่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลเลย
ทำไมต้องมาเสียอารมณ์กับพ่อของเด็กชาย
ที่เดินเข้ามาถามถึงคนขับอย่างไม่เป็นมิตร
และด้วยท่าทีพร้อมจะโต้เถียงหากเราพูดอะไรผิดหู
หรือบอกว่าลูกเขาเป็นคนผิด
ซึ่งสุดท้ายเขาก็ตามไปหาคู่กรณีที่สถานีตำรวจ
เราสองคนนั่งรอ...และรอต่อไป
จากห้าโมงเย็นถึงเกือบสามทุ่ม
ชายหนุ่มสองคน แล่นรถตู้คันที่มีร่องรอยถลอกมารับเราสองคน
แล้วเล่าเรื่องราวว่าทุกอย่างไม่จบง่ายๆ อีกฝ่ายต้องการให้รับผิดทั้งหมด
เขายังต้องมาเจรจาในวันต่อไป
"ขอบคุณมากครับ" คนขับหันมาเอ่ยกับเราสองคน
ซึ่งพี่คนที่นั่งข้างเขา ที่ตระเวนไปไหนต่อไหนกับเขา
คงได้รับคำขอบคุณมาไม่รู้กี่ครั้งก่อนหน้าเรา
รถตู้แล่นไหลไปตามถนนสายมิตรภาพ มุ่งเข้าเมืองหลวง
ไฟถนนสีเหลืองส้มสาดแสง ทำลายความมืดสลัวที่รายรอบ
"ไม่เป็นไร ไม่ได้ช่วยอะไรเลย"
เขาบอกกลับมาว่า การมีอยู่ของเราทำให้เขาอุ่นใจ
อุ่นใจ.... เหรอ
วินาทีนั้นฉันถึงได้คำตอบบางอย่าง
ของการดำรงอยู่ในพื้นที่ ในเวลาที่ดูจะไร้เหตุผล
อาจไม่มีมีอะไรมากไปกว่าเพื่อความเป็นมนุษย์
ในห้วงขณะที่ใจหวาดหวั่น หากเห็นใครสักคนนั่งมองอยู่
แม้ห่างออกไปไกลๆ
คงทำให้ใจชื้นได้ไม่น้อย
บางทีเหตุผลเดียวที่จะหลงเหลืออยู่ในโลก
ที่จะทำให้เราทั้งหลายอยู่ร่วมกันไปได้
อาจเพียงแค่ ในนามของความเป็นมนุษย์
เท่านั้นเอง