ผ่านปีใหม่มาน๊านนาน แต่เพิ่งจะได้มีเวลาแวะเวียนมาเยือนบล็อกแห่งความเศร้าอันแสนสุขนี้อีกครั้ง
ก่อนสิ้นปี จู่ๆอากาศก็กลับมาหนาวเหน็บ หลังจากที่แกล้งร้อนอยู่พักใหญ่ ไม่สมกับเดือนแห่งการอำลาเสียเลย อำลาปีเก่าไงล่ะ.....

ก่อนสิ้นปี ได้เดินทางอย่างจับผลัดจับผลู ไปยังเหมืองเหนือที่ซึ่งเคยวาดหวังนักหนาว่าจะได้ไปอยู่ แต่ตอนนี้คงไม่แล้วล่ะ    ครั้งนี้ไม่ได้พักกับเพื่อนอย่างเคย แต่แวะเวียนไปแถวสันกำแพง บ้านสวนของพี่ที่เป็นผู้ใหญ่มากๆคนหนึ่ง หากจะจดจำสิ่งใดได้มากที่สุดจากที่นั่น  ก็เห็นจะเป็นพื้นปูนลายใบไม้นี่กระมัง ดิบ หยาบ โรแมนติกอย่างไม่ต้องประดิดประดอยเลย เป็นลายที่เกิดจากการทาบใบไม้ลงไปตอนปูนยังไม่แห้งนั่นเอง

สองสามวันที่นั่น เรานอนในบ้านดิน  อากาศหนาวเยือกเกินกว่าจะคาดถึงเลยไม่ได้ติดเสื้อหนาๆไปเลยสักตัว ก็ที่เมืองหลวงร้อนตับแตกจนจินตนาการถึงอากาศเย็นไม่ออกเสียเลย
หนาว...แต่ก็มีความสุขที่ได้เดินทางไปที่ใดสักแห่ง แม้เป็นช่วงเวลาสั้นแสนสั้น

คืนก่อนกลับ ได้แวะไปบ้านเพื่อนในซอยวัดอุโมงค์ ใกล้ไฮริชเบิร์น พักเอาแรงคืนหนึ่ง เย็นย่ำวันต่อมาก่อนกลับเพียงลำพัง  เดินโต๋เต๋อยู่แถวหลังม.ช. ก็ได้โปสการ์ดกลับมาสองสามใบ ทั้งที่เหลือเงินไม่ถึงร้อยแท้ๆ ดีที่มีคนซื้อตั๋วไว้ให้แล้ว ไม่นั้นเห็นทีต้องเดินธรรมยาตรากลับกรุงเทพฯเป็นแน่ โปสการ์ดสองสามใบส่งผ่านความรู้สึกไปสู่สามสี่คนที่นึกถึง และกลับมาหาตัวเองหนึ่งใบ ไม่อาจเรียกได้ว่าสวยที่สุด แต่ก็เป็นใบที่ประทับใจไม่น้อยเลย สีน้ำอารมณ์ละมุน รถเก่าๆคลาสสิคที่จอดอยู่ต้ร่มไม้น่าบ้านที่ดูอบอุ่น คนไม่มีบ้านเห็นแล้วเลยอดจะเขียนส่งให้ตัวเองไม่ได้นะสิ  


กลับมาอยู่บนหนทางเดิมอย่างเคย การงานที่ยังไม่ลงตัว และกับอารมณ์เดิมๆ
ทำไมนะ เราเชื่ออย่างภักดีไปแล้วว่ามนุษย์ ก่อกำเนิดมาจากวิญญาณแห่งความเศร้า ต่อให้ยิ้มกว้างเพียงใด มีเรื่องน่ายินดีในชีวิตสักแค่ไหน แต่ขณะเดียวกันนั่นเองที่ความเศร้าจะเป็นเสมือนเงาทาบทับลงบนตัวเราเสมอ แต่จะสัมผัสมันได้หรือไม่ก็เท่านั้น เงาอันเลือนจางที่ไม่เคยจากไปไหน
บางทียังนึกแปลกใจตัวเอง ที่ยิ้มได้กว้าง หัวเราะได้เต็มเสียงทั้งที่เวลานั้นกำลังจะแตกสลายอยู่แล้ว ทำไมก็ไม่รู้ ถึงตรงข้ามกันไปเสียหมด

ต้นเดือนมกรา ที่ที่เราอยู่เขาจัดปีใหม่กัน ปีใหม่เล็กแสนเล็ก แต่ก็มีความสุขกันดี นานๆได้มาเจอกันที่จำต้องมีแต่ความสุขอยู่แล้ว จะให้มาทะเลาะกันก็กระไรอยู่ เย็นวันก่อนงาน ความเศร้าก็เข้ามาจู่โจม(ร้ายจริง) มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง ไม่มีสัญญาณ ไร้ต้นสายปลายเหตุ ว่างโหวงบอกไม่ถูก เราเลยอยู่นิ่งๆไม่ได้เสียแล้ว ไปไหนสักแห่งน่าจะดี

เดิน...เดิน...เดิน เรื่อยเปื่อย

เดินเตร็ดเตร่ผ่านถนนข้าวสาร ย่านของฝรั่งนักผจญภัยทั้งหลาย คล้ายที่นี่ไม่เคยหลับ พวงไฟสวยๆแขวนระย้า ถามดู ราคาไม่แพงอย่างที่คิด ปีใหม่แล้วนี่ พรุ่งนี้ก็จะมีงานเลี้ยงเล็กๆ เรามองมันด้วยความรู้สึกเป็นสุขแบบง่ายๆ เลยซื้อมาอันหนึ่ง
เราไม่ใส่ถุงเพราะไม่อยากจะใช้พลาสติกพร่ำเพรื่อ ถือได้ก็ถือ เราเดินถือเจ้าพวงไฟกลมนั่นมาเรื่อยๆ ข้ามถนนราชดำเนินกว้างใหญ่ ขณะหยุดรอรถว่างนั่นเอง ผัวเมียสูงอายุที่ดูท่าทางจะเป็นชาวยุโรป(เชี่ยวชาญฝรั่งถึงขนาดแยกทวีปออกตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย) เราต่างหยุดรอรถ ผู้หญิงที่มีอายุรุ่นยายหันมามองพวงไฟในมือเราแล้วยิ้ม...เธอมองมัน มองหน้าเรา แล้วยิ้มให้... มันซุกอยู่ในถุงบรรจุอย่างสงบเสงี่ยมแท้ๆ ยังไม่ได้เรืองแสงงามออกมาเลยสักนิด แต่...นี่...คือความสุขสินะ แค่ได้เห็นมัน ไม่ต้องพูดอะไรกัน ไม่ต้องบอกว่าเราจะนำมันไปไหน ก็ส่งผ่านความสุขให้เรา และป้ากับลุงคู่นั้นได้อย่างไม่ยากเย็น

สุขง่าย...ง่าย แบบนี้บ้างสิ... เราบอกตัวเอง  

รุ่งขึ้นอีกวันก็จัดแจงแขวนมันที่หน้าบ้าน (ก็ที่ทำงานนะล่ะ สำหรับเรา ไม่มีบ้านที่แท้จริงอยู่แล้ว) แขวนอย่างลำบาก หาปลั๊กสามตามาเสียบอย่างทุลักทุเลจัดการเสร็จแล้วฟ้ายังไม่มืด รอ..รอ ...รอ ฟ้าเริ่มสลัว เราเสียบปลั๊ก แล้วทุกสิ่งก็กระจ่าง เหลืองลออตา


เรานั่งมองมันอยู่นานสองนาน ข้ามคืน...งานเลี้ยงนั้นเลิกรา บางคนแซวถึงอารมณ์ 'บิ๊ว' ของเราที่ซื้อเจ้าลูกกลมๆนี่มา  นัยนั้นมันคือความไร้สาระกระมัง มันไร้สาระในสายคนอื่นเสียจริงๆกระมัง
แล้วความสุขของพวกเขาคืออะไรล่ะ ความสุขของเรารวมทั้งความเศร้าก็ด้วย อาจอยู่แค่พวงไฟยาวร้อยกว่าเมตรนี้เอง... ช่างเถอะ

ถึงที่สุด เราก็จะจากลากันไปในความเงียบงัน ถึงที่สุด ทุกคนก็โดดเดี่ยวกันทั้งนั้น รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ การพบเจอ ไม่ได้จอมปลอม หากก็ชั่วคราวเสียเหลือเกิน

 

                                                                                                  22 มกราคม 2551

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

wink สู้ๆค่ะพี่....
เหงามากๆ..ขอบคุณค่ะ...
ขอบคุณจริงๆ
สุขได้ง่ายๆ
เหมือนคุณป้าที่มองคุณด้วยรอยยิ้ม
เราว่าคุณก็ทำได้ค่ะ
อย่าเศร้านักเลย
ถึงความเศร้ามันจะรอสบตาเราตลอดเวลา
เราก็ต้องพร้อมที่จะสบตากับมัน
ด้วยความเข้าใจค่ะ เชื่อดิ
เราไม่เศร้าหรือสุขตลอดหรอกค่ะ
big smile

#2 By sofa on 2008-02-25 22:16

ความเศร้า ความเหงา ทำให้เกิดคำศัพท์อีกคำ

ที่เรียกว่า

"คืดถึง" รึเป่าน้า

big smile

ได้เข้ามาอ่านโดยบังเอิญ ... ชอบจังค่า

ขอบคุณนะค้า ... เพลงเพราะอีกต่างหาก

อยากบอกว่า ... รู้สึกมีความสุขมากเลย



#3 By am (124.121.242.16) on 2008-02-26 13:26

แวะมาอีกครั้งเพื่อนำของขวัญจากใจมาฝาก

ลองใช้ใจสัมผัสดูนะค้า ...

เผื่อว่า เราจะมีความสุขได้พร้อมๆกันทุกคน

http://www.lifeearth.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=257105&Ntype=5

ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ทำให้ใจเรา(am)ได้มีที่อยู่กับเค้าบ้าง แม้จะได้อาศัยอยู่เพียงชั่วคราว ก็ยังดีกว่าไม่มีเสียเลย ... big smile

#4 By am (124.121.242.16) on 2008-02-26 14:23