ไม่ใช่เวลาของความพ่ายแพ้
posted on 27 Feb 2008 07:42 by mylittlelife
เรามักไม่รู้กันหรอกว่าวันไหนเราจะถูกผลักไปสู่จุดที่ต้องเป็นผู้ใหญ่ฉับพลัน
ผู้ใหญ่ที่ถูกคาดหวังความรับผิดชอบนานา การรู้ถูกผิด กระทั่งความเข้มแข็งและเข้าใจโลกที่ยากจะเข้าใจ
วันหนึ่งฉันพบว่าตัวเองได้กลายเป็นคนทำนิตยสารไปซะแล้ว
ฉันอาจจะเคยสนใจแต่ไม่เคยคิดจะมาทำอะไรในพื้นที่นี้อย่างจริงจัง ฉันก็เหมือนกันคนที่อยากเป็นนักเขียนอีกนับล้าน ที่ต้องการเขียนเรื่องราวในจิตนาการ เขียน เขียน ดิ้นเร่าอยู่กับตัวเองภายใน ลุ่มหลงในถ้อยอักษรที่ร้อยเรียงขึ้นมาเอง แต่งานนิตยสาร...มันมีท่วงทำนองอีกอย่าง มันคือความจริงที่ไม่มีพื้นที่ให้จินตนาการได้ตกตะกอนเท่าใดนักเลย
ฉันไม่ได้เขียนเรื่องสั้น นิยายอีก สองสามเดือนคล้ายได้แช่อิ่มตัวเองอยู่กับการตามข่าว บทความ ประสานงาน ถกเถียง ร้องไห้ เหนื่อย ความโดดเดี่ยว และ เสียงวิพากษ์แทงใจ(ที่ดังก้องเมื่อนิตยสารเสร็จออกมา)... คือต้นทุนที่ต้องจ่ายในรายทางแห่งการเติบโตกระมัง
เสียงวิจารณ์บางครั้งก็ทำให้ฉันอดรู้สึกไม่ได้ว่า นิตยสารเล่มแรก ฉันได้ทำนามธรรมของความอัปลักษณ์ให้เป็นจริงหรือเปล่า... บางขณะนึกอยากวิ่งหนี เลิกทำทุกสิ่งที่เกี่ยวกับมัน แล้วไปหลบซุกอยู่ในโลกแห่งจิตนา พูดคุยกับตัวละครที่ไม่มีโอกาสได้มีชีวิต
แต่ใจหนึ่งกลับอหังการเสียจนน่าขัน... ไม่ใช่เวลาของความพ่ายแพ้ การก่อเกิดย่อมเจ็บปวด ฉันยังเคียวกรำตัวเองไม่ได้เศษเสี้ยงของคนที่เคยผ่านห้วงกาลแห่งความเจ็บปวดนี้มาก่อนนับคนไม่ถ้วน เราอาจเห็นในวันที่พวกเขาก่อเกิดแล้ว แต่รอยแตกสลายภายใน รอยแผลที่จากรึกตามรายทางที่ผ่านมา... ล้วนเล็ดลอดไป
ฉันประกายเธอออกมาสิ
ฉันบอกตัวเอง และอีกคน
ห้วงกาลนี้เนื้อนาที่ดีที่สุดที่จะทำให้เหยียบยืนอยู่ในพื้นที่นี้ได้ คือความเชื่อมั่นเท่านั้นกระมัง เชื่อมั่น เชื่อมั่น เชื่อมั่น บางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่สัญชาติญาณอันงามงดทรงพลังได้กระซิบบอก
หรืออาจเป็นเพียงความดื้อดึงงมงายของคนหัวรั้นที่อยากเอาชนะ เท่านั้น
ขอประกายเธอฉายฉาน เพราะมันไม่ใช่เวลาของความพ่ายแพ้
แล้ววันหนึ่งหากได้ก่อเกิดเติบโตบ้าง ฉันหวังว่าตัวเองจะเป็นผู้ใหญ่สักคนหนึ่งที่ยังคงครอบครองแววตาที่ยังหวามไหวอยู่ แววตาที่น้อยนักจะได้เห็นจากใครๆที่เป็น ผู้ใหญ่
ขอพลังจงสถิตเถิด
27 ก.พ. 51

#1 By ขอให้ไทย(ช่วย)สันติสุข on 2008-02-27 09:07